NUTRITION

อาหารบำบัดลำไส้อักเสบ

อ.เอกหทัย แซ่เตีย - นักกำหนดอาหาร

สัญญาณสำคัญที่บอกว่าลำไส้ของคุณอาจกำลังอักเสบ คือ มีอาการท้องเสีย ปวดท้อง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ คลื่นไส้ อาเจียน หรือบางรายอาจมีไข้สูงร่วมด้วย หากมีอาการเหล่านี้จงอย่างนิ่งนอนใจมัวแต่กินยารักษาเอง เพราะเมื่อใดที่มีอาการนานเกิน 2 สัปดาห์ นั่นอาจหมายถึง “โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง” ก็ได้ ทางที่ดีควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ  และรับการรักษาที่ถูกวิธีต่อไป มิฉะนั้นคุณอาจต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการท้องเสียเรื้อรังนี้ไปตลอด

ลำไส้อักเสบเกิดได้ทั้งลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่                                     

โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังเป็นโรคที่มีการอักเสบได้ทั้งบริเวณลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ตำแหน่งที่เกิดการอักเสบจะทำให้มีชื่อโรคที่เรียกต่างกันออกไป เช่น หากมีการอักเสบทั้งลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่จะเรียกว่าโรค Crohn’s disease แต่หากมีการอักเสบเฉพาะลำไส้ใหญ่เท่านั้นจะเรียกว่าโรค Ulcerative colitis ซึ่งทั้ง 2 โรคนี้มีลักษณะของโรคปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไปอีก อย่างไรก็ตามไม่ว่าผู้ป่วยจะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคใดก็ล้วนแล้วแต่มีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำบ่อยทั้งสิ้น ทำให้ร่างกายสูญเสียสารอาหาร โปรตีน ของเหลว และเลือดไปด้วย อีกทั้งลำไส้ยังมีหน้าที่สำคัญในการดูดซึมน้ำและสารอาหารต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย ทำให้สารน้ำและสารอาหารที่เรากินถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายลดลง เราจึงต้องเฝ้าระวังภาวะขาดสารอาหาร ขาดน้ำ น้ำหนักลด ซีด ไม่มีแรงเป็นพิเศษ

สาเหตุทำลำไส้อักเสบ

สาเหตุของการเกิดโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากงานวิจัยที่มีการรวบรวมผลการวิจัยจากการศึกษา 19 ชิ้น จำนวนผู้เข้าร่วมวิจัยกว่า 6,600 คน (systematic review) พบว่า อาหารไขมันสูง กรดไขมันไม่อิ่มตัว โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า 6  และการกินเนื้อสัตว์ที่มากเกินไป ล้วนแล้วแต่มีความสัมพันธ์ต่อการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังทั้งสิ้น ในทางกลับกัน การรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงไม่ว่าจะจากผักหรือผลไม้จะช่วยป้องกันการเกิดโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังได้ นอกจากนี้ยังพบว่า  การแพ้อาหาร ไม่ว่าจะแพ้ ไข่ ถั่วต่าง ๆ เช่น ถั่วลิสง อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี นมวัว หรืออาหารทะเลบางอย่างจะส่งผลต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน และอาจเป็นสาเหตุสำคัญของโรคลำไส้อักเสบได้

กินบำบัดลำไส้อักเสบ

การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มขณะโรคกำเริบอยู่นั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากไม่ระวังจะยิ่งทำให้อาการแย่ลง ถ่ายเหลวเพิ่มขึ้นได้ แต่หากสามารถปรับรูปแบบการกินจนได้รับพลังงานและสารอาหารอย่างเพียงพอแล้วก็จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกัน ลดอาการข้างเคียงต่าง ๆ และย่นระยะเวลารักษาและการฟื้นตัวได้อีกด้วย

นอกจากนี้ควรจัดสิ่งแวดล้อมขณะกินให้สบายเพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร ดูแลใส่ใจความสะอาดของอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงภาชนะที่ใช้ในการบรรจุอาหาร รักษาสุขอนามัยเสมอของตนเอง และผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด หากน้ำหนักตัวลดลงควรเสริมอาหารว่างที่ให้ทั้งโปรตีนและพลังงานเพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยพลังงานให้เพียงพอป้องกันน้ำหนักลดลงอีก เช่น มิลค์เชค เกี๋ยวน้ำ

เมื่อโรคสงบลง ผู้ป่วยสามารถกลับมากินอาหารปกติตามธงโภชนาการได้ แต่ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ตนเองแพ้ รวมถึงอาหารที่สุก ๆ ดิบ ๆ อยู่ ที่สำคัญคือ ยังต้องดูแลใส่ใจสุขอนามัยของตนเอง ความสะอาดของอาหารที่รับประทาน และภาชนะบรรจุ เพื่อป้องกันโรคกำเริบซ้ำ และอาจเติมจุลินทรีย์สุขภาพจากโยเกิร์ตไขมันต่ำหรือนมเปรี้ยวสูตรหวานน้อยซักวันละ 1 ขวด เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้กับลำไส้ของเราอีกทาง